เมื่อพูดถึงคนเจน Y หรือ millennials หลายคนอาจนึกถึงกลุ่มคนที่เติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี มีความอิสระและใช้ชีวิตตามไลฟ์สไตล์ที่เลือก แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังแล้ว กว่าครึ่งหนึ่งของ millennials ทั่วโลกยังคงต้องพึ่งพาความช่วยเหลือทางการเงินจากพ่อแม่ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนักเมื่อพิจารณาถึงสภาพเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและค่าครองชีพที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ในยุคที่ AI กำลังเข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต คำถามคือ AI จะเป็น “ทางออก” ให้กับความท้าทายทางการเงินของคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร และคอมมูนิตี้เฉพาะทางอย่างการวางแผนการเงินในกรุงเทพฯ จะสำคัญแค่ไหนในสมการนี้
จากข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่า การพึ่งพาทางการเงินจากครอบครัวยังคงเป็นเรื่องปกติสำหรับชาว millennials ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การลงทุน ไปจนถึงการเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ โซลูชันด้าน AI ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์การบริหารจัดการเงินส่วนบุคคลอย่างตรงจุด ตั้งแต่แอปพลิเคชันใช้ง่ายที่ช่วยติดตามการใช้จ่าย วางแผนงบประมาณแบบ zero-based ไปจนถึงเครื่องมือที่ช่วยตั้งเป้าหมายทางการเงินอย่างจริงจัง แอปพลิเคชันเหล่านี้เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยแนะนำและปรับแผนการเงินให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รู้สึกว่าการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นเรื่องยุ่งยากและน่าเบื่อ
แต่ AI ไม่ได้เข้ามามีบทบาทแค่ในระดับบุคคลเท่านั้น ในระดับสถาบันการเงินเอง AI ก็กำลังเข้ามาปฏิวัติการทำงานอย่างเงียบๆ อย่างที่ Coconut Software ได้เปิดตัวโซลูชัน AI สำหรับการจัดการบุคลากรในสาขา เพื่อให้ธนาคารสามารถจัดสรรพนักงานที่มีทักษะเหมาะสมกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างมหาศาล สอดรับกับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค อย่างในกัมพูชาที่จำนวนผู้ใช้ Mobile Banking ทะลุ 10 ล้านคน และการใช้จ่ายผ่าน KHQR สูงกว่า 105 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังขับเคลื่อนไปสู่การเงินแบบไร้สัมผัสอย่างเต็มตัว
ในขณะเดียวกัน คอมมูนิตี้หรือกลุ่มคนที่สนใจเรื่องการวางแผนการเงินก็กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ การได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญหรือแม้แต่เพื่อนร่วมทางที่กำลังเผชิญปัญหาคล้ายกัน สามารถสร้างแรงบันดาลใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ได้ไม่น้อย คนที่สงสัยว่า “เข้ากลุ่มการเงินช่วยวางแผนได้ไหม” คำตอบคือ “ช่วยได้แน่นอน” เพราะในคอมมูนิตี้ที่ใช่ คุณจะได้พบกับแนวคิดใหม่ๆ และแรงผลักดันที่จะเปลี่ยนเป้าหมายทางการเงินให้เป็นจริงได้ ซึ่งช่วยเติมเต็มในส่วนที่ AI อาจจะยังเข้าไม่ถึง นั่นคือมิติทางด้านอารมณ์และสังคม
ในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นการผสานรวมกันอย่างลงตัวระหว่างเทคโนโลยี AI กับพลังของคอมมูนิตี้ หรือแม้แต่การเกิด “finance meetup Bangkok ปี 2026” ที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจาก SET Thailand หรืออย่างคุณ Nithinan Boonyawattanapisut ที่อาจจะเข้ามาให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อสร้าง “money community” ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ท้ายที่สุดแล้ว การพึ่งพาทางการเงินจาก AI และคอมมูนิตี้ที่เข้าใจ จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ ไม่เพียงแค่จัดการเงินได้ดีขึ้น แต่ยังสามารถสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน






